ภาพบน (ค.ศ. 2015): ภาพภายในโกดังเปล่า

จากแผนที่เก่า พบว่าการก่อสร้างโกดังชุดนี้เริ่มปรากฏขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1925–1941 โดยสันนิษฐานว่า จุดประสงค์ดั้งเดิมคือใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้าวจากโรงสี ก่อนจะส่งออกไปต่างประเทศ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้ใช้โกดังเหล่านี้เป็นสถานที่เก็บของทั่วไป และน่าสังเกตว่าโกดังไม่เคยถูกโจมตีโดยฝ่ายสัมพันธมิตรเลย

เมื่อที่ดินและโกดังตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูลชวนิชย์ พื้นที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นโกดังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ส่วนพื้นที่ที่เหลือใช้ไม่หมดก็ให้เช่ากับผู้ประกอบการรายย่อยหลายประเภท เพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้าต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ จนกระทั่งอาคารเริ่มทรุดโทรมและค่าเช่าลดลงอย่างมาก

ตลอดหลายยุคที่ผ่านมา การใช้งานโกดังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากการเก็บแร่ธาตุและวัตถุดิบ เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เก็บรถแทรกเตอร์และอุปกรณ์การเกษตร ก่อนจะกลายเป็นที่เก็บชิ้นส่วนหัวรถจักรและเฟอร์นิเจอร์จากสถานีรถไฟ แต่ถึงอย่างนั้น โครงสร้างไม้ พื้นไม้เดิม ตลอดจนคานเหล็กเปลือยก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ ทำให้โกดังยังคงมีกลิ่นอายของอดีตอย่างชัดเจน

ในช่วงทศวรรษ 1970 สินค้าและอุปกรณ์ทั้งหมดภายในโกดังถูกเคลื่อนย้ายออก และมีธุรกิจใหม่ ๆ เช่น “มิชลิน” และ “ไทรอัมพ์” เข้ามาเช่าพื้นที่ต่อ ด้วยค่าเช่าที่ไม่สูงนักทำให้ไม่เคยขาดผู้เช่าเลย

ต่อมา เมื่อคุณปรีดา ชวนิชย์ ข้ามาเป็นเจ้าของที่ดิน เขาเคยมีแนวคิดจะรื้อโกดังทั้งหมด เพื่อสร้างศูนย์การค้าสามชั้นสมัยใหม่ขึ้นแทน แต่สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ไม่เกิดขึ้น คือค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่สูงมาก และโอกาสในการคืนทุนที่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะหลังสงคราม ธุรกิจของกรุงเทพฯ ได้ย้ายศูนย์กลางออกจากพื้นที่ริมน้ำไปแล้ว ทำให้ที่ดินในย่านนี้ไม่สามารถเก็บค่าเช่าในระดับเดียวกับย่านธุรกิจใหม่ได้อีกต่อไป

 

 

 


ภาพบน (ค.ศ. 2015): มุมมองจากซอยเจริญกรุง 30
ภาพล่าง (ค.ศ. 2015): มุมมองจากซอยเจริญกรุง 32 ก่อนการขยายพื้นที่ลานจอดรถ